ทำ SEO นานเท่าไหร่ จึงจะเห็นผล?

ปัจจุบันผู้คนที่ทำการตลาดนั้นนิยมเลือกทำการตลาดแบบ SEO กันมาก แต่เนื่องจากการทำมันไม่ติดอันดับรวดเร็ว และต้องใช้เวลา จึงทำให้มีคนยกเลิกการทำ SEO ไป แล้วไปใช้บริการอื่นที่มีความรวดเร็วมากกว่าแทนค่ะ ซึ่งมันสามารถเห็นผลได้ทันที อย่างการโปรโมตทางโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น Facebook Ig และการซื้อโฆษณานั่นเอง  สำหรับผู้ที่ยังต้องการทำ SEO รับรองว่า การตลาดของคุณนั้นจะดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ

SEO คืออะไร?

SEO นั้น มีชื่อเต็มเป็นภาษาอังกฤษว่า Search Engine Optimization นั่นเองค่ะ ซึ่งก็คือการทำให้หน้าเว็บไซต์ของคุณติดอันดับการค้นหานั่นเองค่ะ เมื่อติดอันดับแล้วก็จะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากยิ่งขึ้น ส่งผลต่อเว็บไซต์และธุรกิจของคุณนั่นเองค่ะ โดยปกติแล้วนั้น เราแบ่งประเภทการทำ SEO ไว้ 2 ประเภท คือ On Page และ Off Page   ดังนี้ค่ะ

On Page

การทำ On – Page ก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่บนเว็บไซต์ของคุณเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็น การเขียนเนื้อหาบทความ  การตั้งชื่อเรื่องหรือชื่อของบทความ การแทรก Keyword การปรับปรุงให้สามารถแสดงผลได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต เป็นต้นค่ะ เรียกได้ว่า เหมือนเป็นการจัดทำเว็บด้วยตนเองทุก ๆ ขั้นตอนเลยล่ะค่ะ

Off Page

สำหรับการทำงานแบบ Off – Page นั้น ก็คือ การทำ SEO โดยนำลิงก์ของคุณไปกระจายตามเว็บตามต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่ต้องการทำการตลาดนั้นติดขึ้นอันดับนั่นเองค่ะ โดยการทำ Backlink นั้นจะมี 2 แบบ ก็คือ แลtDoFollow ก็คือ การที่ลิงค์ของเว็บนั้นส่งประโยน์จากการทำ SEO มายังเว็บไซต์ของผู้จัดทำ และ NoFollow ก็คือ ไม่ได้ส่งผลกลับมาให้กับทางเว็บไซต์นั่นเองค่ะ

สำหรับระยะเวลาในการเห็นผล SEO นั้น ก็อาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเวลาในการใช้งานค่ะ หากคุณเป็นคนที่ยังไม่เคยทำ ความกว้างของช่วงเวลาจะอยู่ที่ประมาณ 4-12 เดือนค่ะ  ในกรณีที่ยังไม่เคยโดนแบนจากเว็บ Google ด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น การทำผิดกฎ การใช้ Keyword ซ้ำติดกันมากเกินไป หากคุณโดนแบน ก็จะทำให้การเห็นผลช้าลงไปอีก แต่สำหรับผู้ที่อยู่มานาน หรือทำเว็บไซต์มาเป็นเวลานานแล้วก็จะสามารถเห็นผลในระยะเวลาที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้นค่ะ

การทำความเข้าใจในระบบการใช้ SEO ในการทำเว็บไซต์ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ? สำหรับมือใหม่ที่ต้องการทำเว็บไซต์ของตนเอง ก็ต้องหมั่นหาความรู้ในการพัฒนาเว็บไซต์และการจัดรูปแบบเว็บไซต์อยู่เสมอ รวมถึงทำเนื้อหาที่ใช้ภายในเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ เพียงเท่านี้เว็บไซต์ของคุณก็มีความสมบูรณ์มากขึ้นแล้วล่ะค่ะ